ReadyPlanet.com
dot
dot
เกี่ยวกับสมาคม
dot
bulletกิจกรรมสมาคม
bulletข่าวสาร-ชุมชนคนไทยในเดนมาร์ก
bulletภาษาเดนมาร์กน่ารู้
bulletเที่ยวไทย/ไปเดนมาร์ก
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletหนังสือพิมพ์ไทยต่างแดน
bulletสมาคมไทยสวัสดี-เดนมาร์ก
bulletสถานทูตไทย(เดนมาร์ก)
bulletสมาคมเดนมาร์ก-ไทย
bulletสิทธิพลเมือง เมื่ออยู่เดนมาร์ก
bulletทูตพาณิชย์ประจำเดนมาร์ก
bulletสถานทูตไทยทั่วโลก
bulletมูลนิธิพระครูธรรมสมาจารย์
bulletมูลนิธิพระครูพิศาลวิริยคุณ
dot
วัดไทยในเดนมาร์ก/Buddhist Temple
dot
bulletวัดไทยเดนมาร์ก
bulletวัดป่าโคเปนเฮเกน
bulletวัดพระธรรมกายเดนมาร์ก
bulletBuddhism in Denmark
bulletDiamond Way Buddhism (Tibet)
bulletBuddha Vihara (Srilanka)
bulletวัดไทยไอซ์แลนด์(Iceland)
dot
สายการบิน/Flight
dot
bulletThai Air way
bulletSAS Airline
dot
Newsletter

dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


Denmark-โรงเรียนและการศึกษาในเดนมาร์ก

โรงเรียนและการศึกษา

โรงเรียนและการศึกษา



 

การเรียนรู้ตลอดชีวิต

การกระจายข่าวสารแก่ประชาชน

เดนมาร์กมีธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการกระจายข่าวสารแก่ประชาชน* ซึ่งเก่าแก่พอๆ กับระบอบประชาธิปไตยในเดนมาร์ก โดยมีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่าประชากร ที่มีความรู้รอบตัวที่กว้างขวางย่อมเป็นกำลังสำคัญ ต่อสังคมระบอบประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ

ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต การเรียนรู้นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระบบการศึกษาเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่หรือโรงเรียนภาคค่ำ* โปรแกรมการศึกษาอื่นๆ ทางวิทยุหรือโทรทัศน์ หรือหลักสูตรการศึกษาในที่ทำงาน

การศึกษาภาคบังคับ

การศึกษาภาคบังคับของเดนมาร์กมีระยะเวลา 9 ปี เด็กทุกคนจะต้องเข้าโรงเรียนเมื่อมีอายุครบ 7 ขวบ แต่เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าเรียนในชั้นเตรียมประถมตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

คนส่วนใหญ่จะศึกษาต่อหลังจากจบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีแรก

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นที่ใช้เวลา 9 ปีแล้ว แต่ละคนสามารถตัดสินใจว่าต้องการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไปหรือไม่ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันตลาดงานสำหรับบุคคลที่ไม่มีวุฒิการศึกษายิ่งแคบลงเรื่อยๆ ดังนั้นเยาวชนส่วนใหญ่จึงศึกษาต่อในสายธุรกิจหรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หลังจากนั้นจะศึกษาต่อในหลักสูตรระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาว

การมีส่วนร่วมและการให้ความร่วมมือ

ระบบการศึกษาของเดนมาร์กให้อิสระ และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมออกความคิดเห็นในระดับสูง นับตั้งแต่ปีแรกที่เข้าเรียนจนถึงระดับอุดมศึกษา นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องโรงเรียนและการศึกษา ในขณะเดียวกันที่บรรดาครูก็คาดหวังให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจดังกล่าว

การเรียนการสอนไม่ได้เน้นเฉพาะความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเน้นพัฒนาทักษะการสื่อสาร และการทำงานร่วมกันของนักเรียนด้วย นับตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน ครูจะให้เด็กนั่งเป็นกลุ่ม และส่งเสริมให้เด็กๆ ช่วยกันแก้ปัญหาในงานที่มอบหมายให้

ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา นักศึกษามักจะทำงานร่วมกันในกลุ่มที่อ่านหนังสือร่วมกัน เพื่อสะสางและตอบคำถามที่ได้รับได้รับมอบหมาย และพบปะกันเพื่อทบทวนความรู้ร่วมกัน

เด็กชั้นประถม 1



 

ระบบการศึกษาของเดนมาร์ก

กราฟแสดงระบบการศึกษา



 

โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น

โรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ และโรงเรียนเอกชน

เด็กทุกคนมีสิทธิ์เข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน การเรียนนี้ประกอบด้วยการเรียนของชั้นเตรียมประถมหนึ่งปี ต่อด้วยการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และเกรดสิบที่นักเรียนสามารถเลือกเรียนหรือไม่ก็ได้อีกหนึ่งปี

นอกจากโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐแล้ว ยังมีโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของเอกชน ซึ่งผู้ปกครองจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเอง โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของเอกชน มีกรอบแนวคิดแตกต่างจากโรงเรียนของเทศบาล แต่ในแง่การศึกษาและสังคม เด็กๆ จะได้เรียนรู้ในสิ่งเดียวกัน โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.friskoler.dk

คุณต้องลงทะเบียนสมัครเรียนให้เด็กเอง

เด็กจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ ในพื้นที่ที่ครอบครัวอาศัยอยู่โดยอัตโนมัติ เมื่อเด็กใกล้ถึงวัยเข้าเรียน บิดามารดาจะได้รับจดหมายจากทางโรงเรียน แจ้งกำหนดเวลาที่คุณควรลงทะเบียนสมัครเรียนให้บุตร และเสนอให้เยี่ยมชมโรงเรียน คุณสามารถเลือกโรงเรียนของรัฐแห่งอื่น หรือโรงเรียน ของเอกชนก็ได้ ในกรณีดังกล่าว คุณจะต้องติดต่อโรงเรียนที่ต้องการด้วยตนเอง

ข้อควรทราบเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน

ก่อนที่เด็กจะเริ่มเข้าเรียน คุณจะได้รับจดหมาย แจ้งรายการสิ่งที่ลูกของคุณจะต้องใช้ในโรงเรียน เช่น กระเป๋านักเรียน เครื่องเขียน และกล่องอาหารกลางวัน

ภาพเด็กนักเรียนโต

วัตถุประสงค์ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ

การศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของเดนมาร์ก มีรากฐานการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาของเดนมาร์ก ในบทนำของพระราชบัญญัติ ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นไว้ดังนี้

" § 1. "ข้อ 1. โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น โดยความร่วมมือกับบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง จะให้ความรู้และทักษะแก่นักเรียนเพื่อ เตรียมพวกเขาให้มีพื้นฐานที่พร้อม สำหรับการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น กระตุ้นให้พวกเขา มีความต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม ส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของเดนมาร์ก สนับสนุนให้นักเรียนทำความเข้าใจ วัฒนธรรมอื่น เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และส่งเสริมให้นักเรียนแต่ละคนพัฒนาตนเองในทุกๆ ด้าน

ข้อ 2. โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องพัฒนาวิธีการทำงานและสร้างกรอบการทำงาน เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ การซึมซับและการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาการตระหนักรับรู้ มีจินตนาการ และความมีเชื่อมั่นในโอกาสที่ตนมี และสร้างจุดยืนที่มั่นคงในการตัดสินใจและลงมือทำ

ข้อ 3. โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนในเรื่องการมีส่วนร่วม การรับผิดชอบร่วมกัน สิทธิและหน้าที่ในสังคมประชาธิปไตยเสรี ดังนั้น กิจกรรมของโรงเรียนจึงต้องเน้นเสรีภาพทางปัญญา ความเท่าเทียม และประชาธิปไตย*



 

บิดามารดามีบทบาทสำคัญ

ไม่ว่าเด็กจะเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐหรือของเอกชนก็ตาม บิดามารดาของเด็กก็สามารถมีบทบาท ในการออกความคิดเห็นที่โรงเรียน และมีส่วนรับผิดชอบต่อการศึกษาของบุตรได้ โรงเรียนเอกชนเป็นสถาบันที่มีการกำกับดูแลตนเอง ซึ่งดำเนินงานโดยคณะกรรมการบริหารซึ่งผู้ปกครองเลือกขึ้นมา โรงเรียนของรัฐจะมีคณะกรรมการบริหาร ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของโรงเรียน และตัวแทนที่ได้รับเลือกจากผู้ปกครอง หน่วยงานเทศบาลมีอำนาจเด็ดขาด ในการรับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนทั้งหมด

ความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียน

นอกจากนี้ โรงเรียนยังเน้นการสื่อสารที่ดีกับผู้ปกครองของนักเรียนทุกคน เพื่อให้เด็กมีโอกาสได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ที่โรงเรียน ทุกปี โรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองเด็ก เข้าร่วมในการประชุมร่วมกันระหว่างบ้านกับโรงเรียน ซึ่งอาจเน้นเรื่องความสามารถทางวิชาการของเด็ก ความเป็นไปของนักเรียนเมื่ออยู่ที่โรงเรียน และเรื่องการบ้าน และความตั้งใจเรียนในชั้นเรียน

บิดามารดาของเด็กในชั้นเรียนสามารถเลือกให้ตัวแทนไปร่วมประชุม ผู้ปกครองที่ทำงานกับครูอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับการประชุมร่วมกันระหว่างครูกับผู้ปกครองหรือกิจกรรมอื่นๆ ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียน อาจรวมถึงการอภิปรายภาคคํ่าหรือการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้วย กิจกรรมเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน วัตถุประสงค์ของความร่วมมือดังกล่าว มีเพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในความเป็นไปและการศึกษาของเด็ก

การเรียนการสอน

ชั้นเตรียมประถม

ในชั้นเตรียมประถม เด็กจะได้เรียนรู้ตัวอักษรและตัวเลข พัฒนาคำศัพท์ คำนิยามต่างๆ และวิธีการทำงานหลายๆแบบ ภายในหัวข้อต่างๆที่กำหนด และให้เด็กคุ้นเคยกับกิจวัตรในโรงเรียนและการอยู่ร่วมกัน โดยผ่านการเล่นและการเรียนการสอน โดยทั่วไป เด็กที่เรียนด้วยกันในชั้นเรียนระดับเตรียมประถม มักจะได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกันอีกในชั้นประถม 1

เด็กๆในชั้นเรียนเดียวกันจะเลื่อนชั้นตามกันไป

การศึกษาในเดนมาร์กเป็นการศึกษาแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งหมายความว่านักเรียนในชั้นเรียนเดียวกัน จะเลื่อนชั้นตามกันไปในทุกระดับชั้น

ครูและเด็กนักเรียนสองคน



 

ซาบาห์ เอลาวี

เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเด็ก

ซาบาห์ เอลาวี ย้ายจากปาเลสไตน์มาอยู่ที่เดนมาร์กเมื่อปีพ.ศ. 2533 เธอเป็นครูสอนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นและเป็นแม่ลูกสอง

“การเข้าร่วมการประชุมระหว่างครูกับผู้ปกครอง และการมีส่วนร่วมในความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ถือว่าสำคัญมาก เพื่อให้เราทราบถึงพัฒนาการล่าสุด และสานสัมพันธ์ระหว่างสังคมเดนมาร์กและอาหรับ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเด็ก คุณจะได้ทำความรู้จักกับผู้ปกครองคนอื่น และมีโอกาสมีส่วนร่วมในการศึกษาของบุตร คุณควรเปิดกว้างและเตรียมพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็น และบอกให้ผู้อื่นทราบว่าคุณมีความสามารถในด้านใดบ้าง คุณไม่ควรแยกตัวออกมาเพียงลำพัง สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องเรียนรู้ภาษาเดนนิชเพื่อให้รู้จักชาวเดนมาร์กดียิ่งขึ้น และในทางกลับกัน เพื่อให้พวกเขารู้จักคุณมากขึ้นด้วย”



 

คณิตศาสตร์ ภาษา สังคม และธรรมชาติ

กฎหมายกำหนดให้นักเรียนต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆจากโรงเรียน โรงเรียนแต่ละแห่งสามารถตัดสินใจว่าจะจัดการเรียนการสอนอย่างไร

ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กๆ จะได้เรียนคณิตศาสตร์ ภาษา ความเข้าใจในระบบสังคม และธรรมชาติ์ รวมทั้งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเดนมาร์ก และวัฒนธรรมของประเทศอื่นๆ ด้วย

โรงเรียนยังมีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาตนเองของนักเรียน และกระตุ้นจินตนาการและความสนใจเรียนรู้ของนักเรียน

บททดสอบระดับประเทศ

นักเรียนทุกคนทั่วประเทศ จะเข้ารับการสอบอย่างต่อเนื่องในวิชาต่างๆ การสอบดังกล่าวจะแบ่งตามระดับชั้นและวิชาดังนี้คือ:

เกรด 2: ภาษาเดนิช/การอ่าน
เกรด 3: คณิตศาสตร์
เกรด 4: ภาษาเดนิช/การอ่าน
เกรด 6: ภาษาเดนิช/การอ่านและคณิตศาสตร์
เกรด 7: ภาษาอังกฤษ
เกรด 8: ภาษาเดนิช/การอ่าน ภูมิศาสตร์ ชีววิทยา และฟิสิกส์/เคมี

นอกจากนี้ ยังมีการสอบตามความสมัครใจเกี่ยวกับภาษาเดนนิชในฐานะภาษาที่สองในเกรด 5 และเกรด 7 อีกด้วย

วัตถุประสงค์ของการสอบก็เพื่อประเมินผลการเรียนของนักเรียน ผลสอบนี้จะนำไปใช้ในการวางแผนหลักสูตรการสอน เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียนแต่ละคน

เอกสารแผนการเรียนรู้ของนักเรียน

แผนการเรียนรู้ของนักเรียนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินสิ่งที่นักเรียนได้เรียนร ู้จากหลักสูตรตลอดปี และต้องระบุวิธีการ ที่ครูและนักเรียนจะใช้ในการ ติดตามผลสัมฤทธิ์ที่ประเมินออกมา แผนการเรียนรู้ของนักเรียนจะต้องร่างขึ้น อย่างน้อยปีละครั้งและจะต้องครอบคลุมทุกวิชาที่นักเรียนได้เรียนไป แผนการเรียนรู้ต้องส่งให้ผู้ปกครอง นอกจากนี้ ในแผนการเรียนรู้ อาจมีข้อตกลงเกี่ยวกับวิธีการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ต่อการศึกษาของนักเรียน และข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม และความเป็นอยู่ของเด็กที่โรงเรียน

การให้เกรดสำหรับชั้นเรียนของเด็กโต

เฉพาะนักเรียนในเกรด 8, 9 และ 10 เท่านั้นที่จะมีการให้เกรด

นักเรียนจะได้รับการประเมินเกรดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในวิชาที่มีจะมีการสอบขั้นสุดท้าย โดยรวมถึงวิชาต่อไปนี้:

  • ภาษาเดนิช
  • คณิตศาสตร์
  • ภาษาอังกฤษ
  • ภาษาเยอรมัน
  • ภาษาฝรั่งเศส
  • ฟิสิกส์/เคมี
  • ชีววิทยา
  • ภูมิศาสตร์
  • ประวัติศาสตร์
  • สังคมศาสตร์
  • คริสตศาสนา
  • งานเย็บปักถักร้อย
  • งานไม้
  • งานบ้าน

เด็กชายและเด็กหญิงในชั้นเรียนเดียวกัน



 

ทั้งชายและหญิงได้เรียนวิชาเดียวกัน

เด็กชายและเด็กหญิงต่างได้เรียนวิชาเดียวกัน ซึ่งได้แก่วิชาการต่างๆ เช่น ภาษาเดนนิช ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมถึงวิชาด้านความคิดสร้างสรรค์ ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายจะเรียนวิชาการตัดเย็บ การทำอาหาร และวิชาช่าง เด็กจะเล่นกีฬาด้วยกัน แต่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและห้องอาบน้ำแยกกัน

วิชาคริสตศาสนาและศาสนาอื่น

วิชาคริสตศาสนาจะเรียนเกี่ยวกับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับคริสตศาสนา เช่นเดียวกับศาสนาและปรัชญาชีวิตอื่นๆ

การเรียนการสอนวิชานี้ไม่ได้มุ่งเน้นการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน แต่มีจุดมุ่งหมายเพียงให้ข้อมูลแก่นักเรียน เกี่ยวกับคริสตศาสนาและศาสนาอื่นๆ เป็นหลัก วิชานี้จึงช่วยให้นักเรียนเข้าใจถึงความสำคัญของศาสนาที่มีต่อสังคมปัจจุบัน

ผู้ปกครองอาจขอยกเว้นไม่ให้บุตรหลานเข้าเรียนวิชาคริสตศาสนาได้ โปรดสอบถามจากโรงเรียนที่บุตรของคุณศึกษาอยู่

เพศศึกษา

เด็กนักเรียนจะได้รับการสอนวิชาเพศศึกษาจากโรงเรียน โดยจะได้เรียนเกี่ยวกับการทำงานของร่างกาย ในชั้นเรียนจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับความรักและการเริ่มรู้สึกรัก รวมทั้งการปฏิสนธิและการคุมกำเนิด

เพศศึกษาไม่ใช่วิชาที่อยู่ในตารางการเรียนการสอนของโรงเรียน แต่วิชาสุขศึกษา เพศศึกษา และชีวิตครอบครัวเป็นวิชาบังคับ เช่นเดียวกับกฎจราจร การศึกษา และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ

นักเรียนรอบกองไฟ

การเข้าค่ายโรงเรียนในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

การเข้าค่ายโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ และมีประสบการณที่เจาะจง ครูจะสอน ให้คำแนะนำ และเฝ้าสังเกตนักเรียนอย่างใกล้ชิด

ครูจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบล่วงหน้า เกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ เช่น อาหารและที่พัก เพื่อให้ผู้ปกครองรู้สึกมั่นใจที่จะให้เด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรม



 

การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและประชาธิปไตย

โรงเรียนมีหน้าที่เตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในสังคมประชาธิปไตยเสรี ซึ่งเน้นความรับผิดชอบและความเท่าเทียมกัน การเตรียมพร้อมนี้ทำได้โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและมีความรับผิดชอบ

สภานักเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น

เด็กๆ ได้เรียนรู้ที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเอง โดยสามารถจัดตั้งสภานักเรียน เพื่อทำหน้าที่ในการถกปัญหา และให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ในโรงเรียน

การเข้าค่ายโรงเรียน

การเข้าค่ายโรงเรียนเป็นกิจกรรมของทั้งชั้นเรียน ในการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาด้านวิชาการ การเข้าค่ายโรงเรียนมักใช้เวลาหลายวัน นักเรียนจะเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนอกสถานที่ โดยมีคุณครูคอยดูแลใกล้ชิดเป็นเวลาหลายวัน เช่น ในกระท่อมลูกเสือหรือสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่คล้ายกัน ซึ่งมีห้องสำหรับการเรียนการสอน สถานที่จัดงานสังสรรค์ และที่พักค้างคืน การเข้าค่ายโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในสังคม และสร้างความสามัคคีในหมู่นักเรียน

ก่อนเข้าค่าย นักเรียนจะเตรียมตัวโดยอ่านตำรา รวบรวมข้อมูล ทำการบ้าน และเขียนเรียงความวิชาการที่เกี่ยวกับการเข้าค่ายนั้น

เมื่อเข้าค่าย เด็กๆ จะช่วยกันประกอบอาหารเอง นั่งรถโดยสาร ขี่จักรยาน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ทัศนาจรและทัศนศึกษา ก่อกองไฟ เดินทางไกล และเล่นด้วยกัน เด็กชายและเด็กหญิงจะนอนแยยกกันคนละห้องพัก

ความถี่และระยะเวลาในการเข้าค่ายจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน แต่โดยปกติแล้ว จะเป็นการค้างคืนหลายคืน

การเรียนภาษาเดนนิชในฐานะภาษาที่สอง

เด็กๆ ที่ใช้สองภาษาจะได้รับความช่วยเหลือในการเรียนรู้ภาษาเดนนิชตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ในกรณีที่จำเป็น หน่วยงานเทศบาลจะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กแล้ว บริการดังกล่าวรวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษของสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์ดูแลเด็กก่อนวัยเรียน เด็กที่ได้รับการดูแลที่บ้านจะได้รับการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาเป็นเวลา 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เมื่อเด็กที่ใช้สองภาษาเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาตอนต้น จะมีการประเมินเพื่อระบุว่าเด็กต้องได้รับความช่วยเหลือในการเรียนวิชาภาษาเดนนิชในฐานะภาษาที่สองหรือไม่ ถ้าจำเป็น เด็กจะได้เข้าเรียนในชั้นเรียนพิเศษ ที่สอนภาษาเดนนิชเป็นภาษาที่สองที่โรงเรียนของตนเองหรือโรงเรียนอื่น ซึ่งจะจัดให้แก่นักเรียนตั้งแต่ชั้นเตรียมประถมจนถึงเกรด 10 ถ้าจำเป็น

การสอนภาษาแม่

หน่วยงานเทศบาลต้องจัดให้มีการสอนภาษาแม่ให้แก่นักเรียนที่มาจากเกาะกรีนแลนด์ และหมู่เกาะฟาโร และให้แก่นักเรียนที่บิดามารดาเป็นพลเมืองของประเทศกลุ่ม EU หรือ EØS อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนดังกล่าวจะจัดให้เมื่อมีนักเรียนลงทะเบียนในจำนวนมากพอเท่านั้น

หน่วยงานเทศบาลอาจจัดให้มีการสอนภาษาแม่ตามความสมัครใจ แก่นักเรียนจากประเทศอื่นๆ โดยอาจคิดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการดังกล่าว

หากนักเรียนมีปัญหาเรียนไม่ทัน

หากบุตรของคุณประสบปัญหาเรียนไม่ทันเพื่อนในชั้นเรียน เด็กจะได้รับการสอนเพิ่มหรือสอนพิเศษ ในระหว่างชั่วโมงเรียนหรือหลังโรงเรียนเลิก โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูประจำชั้น

การสอบปลายภาค

นักเรียนจะสำเร็จการศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลายหลังจากผ่านการสอบในเกรด 9 นักเรียนอาจเลือกเรียนต่อในเกรด 10 ซึ่งจะสิ้นสุดด้วยการสอบปลายภาคเช่นกัน หลังจากนั้น นักเรียนสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรการฝึกอบรมทางธุรกิจ หรือเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

โรงเรียนการศึกษาต่อเนื่อง

นักเรียนจะพักประจำอยู่ที่โรงเรียน

เยาวชนส่วนใหญ่จะเลือกศึกษาต่ออย่างน้อยหนึ่ง หรือหลายปี ในโรงเรียนการศึกษาต่อเนื่อง ในระดับเกรด 8 เกรด 9 หรือเกรด 10 โรงเรียนการศึกษาต่อเนื่องเป็นโรงเรียนประจำอย่างเสรี โดยนักเรียนจะพักอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น โดยทั่วไป เยาวชนจะเลือกเรียนในโรงเรียนการศึกษาต่อเนื่อง เนื่องจากต้องการลองสิ่งใหม่ๆ หรือเพราะต้องการแยกห่างจากครอบครัวสักพัก

การเข้าเรียนในโรงเรียนการศึกษาต่อเนื่อง ต้องเสียค่าเล่าเรียน

นักเรียนที่โรงเรียนการศึกษาต่อเนื่อง



 

การพัฒนาความเป็นมนุษย์

โรงเรียนการศึกษาต่อเนื่องจะใช้วิธีการสอนและการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม ในการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิต ความรู้ทั่วไปและการพัฒนาด้านประชาธิปไตยให้แก่นักเรียน ดังนั้นการเรียนการสอนจึงมุ่งเน้นด้านการอบรมความประพฤติโดยทั่วไป การพัฒนาความเป็นมนุษย์ และวุฒิภาวะ ดังนั้นโรงเรียนศึกษาต่อเนื่องหลายแห่ง จึงให้ความสำคัญกับวิชาที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และวิชาภาคปฏิบัติ เช่น การละคร ดนตรี กีฬา การถ่ายภาพ การเกษตร และงานฝีมือประเภทต่างๆ แต่วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน จะเหมือนกับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ และในโรงเรียนการศึกษาต่อเนื่องส่วนใหญ่ นักเรียนสามารถเข้าสอบปลายภาคสำหรับเกรด 9 และเกรด 10 ได้ โรงเรียนการศึกษาต่อเนื่องพิเศษบางแห่งเสนอการสอนพิเศษ เช่น สำหรับนักเรียนที่มีความบอดทางตัวอักษร

การพักอยู่ในโรงเรียนการศึกษาต่อเนื่องอาจมีส่วนส่งเสริมพัฒนาการด้านวิชาการของนักเรียน เช่น นักเรียนอาจได้รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับการบ้าน และการสอนพิเศษเป็นภาษาเดนนิช นอกจากนี้ การพักอยู่ในโรงเรียนการศึกษาต่อเนื่อง ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาของเยาวชน และสร้างเครือข่ายทางสังคม

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.efterskole.dk

หลังเลิกเรียน

ศูนย์กิจกรรมหลังเลิกเรียนและโครงการดูแลเด็กหลังเลิกเรียน

เด็กๆ สามารถได้รันการดูแลที่ศูนย์กิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือโครงการดูแลเด็กหลังเลิกเรียน (SFO) ได้จนกว่าจะเข้าเรียนเกรด 3 หรือเกรด 4 ที่ศูนย์นี้ เด็กๆ จะได้เล่นกับเพื่อนๆ ทำการบ้าน หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ศูนย์กิจกรรมหลังเลิกเรียนและ SFO เปิดทุกวัน จนถึงเวลาประมาณ 17.00 น. หรือ 18.00 น.

คุณต้องยื่นเรื่องที่หน่วยงานจัดสรรสถานที่เลี้ยงดูเด็กของเทศบาลเพื่อขอจองที่ในศูนย์กิจกรรมหลังเลิกเรียนหรือโครงการ SFO คุณต้องชำระเงินค่าใช้จ่ายสำหรับบริการดูแลดังกล่าว เว้นแต่คุณจะได้รับสิทธิ์พิเศษให้บุตรเข้ารับการดูแลฟรี คุณสามารถยื่นเรื่องที่หน่วยงานเทศบาลเพื่อขอใช้บริการฟรี

ความช่วยเหลือในการทำการบ้าน

ในเทศบาลหลายแห่ง โรงเรียน ห้องสมุด และองค์กรท้องถิ่นจะร่วมมือกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในการทำการบ้าน โปรดสอบถามได้จากโรงเรียน ห้องสมุด หรือหน่วยงานเทศบาลของคุณ

สโมสรสำหรับเด็กโต

เทศบาลบางแห่งยังจัดให้มีสโมสรสันทนาการด้วย เด็กๆ สามารถมาที่สโมสรเหล่านี้ได้เมื่อเด็กโตเกินกว่าจะไปศูนย์กิจกรรมหลังเลิกเรียนหรือ SFO

โรงเรียนเยาวชน

เทศบาลทุกแห่งจะมีโรงเรียนเยาวชนสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 14-18 ปี โรงเรียนเยาวชนเป็นบริการเสริม ที่ให้นอกโรงเรียนในเวลาว่าง การสมัครเข้าเรียนเป็นไปโดยสมัครใจและไม่เสียค่าเล่าเรียน โรงเรียนเยาวชนเปิดในช่วงบ่ายและเย็น ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าเรียนทั้งด้านวิชาการ และวิชาที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ดนตรี การถ่ายภาพ และเซรามิก ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และรับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการขี่รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ คุณยังสามารถมาเพื่อพบปะกับเยาวชนคนอื่นๆ และใช้เวลาร่วมกันเท่านั้น โรงเรียนหลายแห่งจัดงานสังสรรค์ทุกวันศุกร์

โรงเรียนเยาวชนอาจมีตารางเรียนแบบเต็มเวลา พร้อมทั้งทางเลือกการเข้าสอบเหมือนกับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น นอกจากนี้ โรงเรียนเยาวชนบางแห่งยังมีสโมสรและกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ด้วย ซึ่งกิจกรรมบางอย่างผู้เข้าร่วมต้องเสียค่าบริการ โปรดสอบถามจากหน่วยงานเทศบาล โรงเรียนเยาวชน หรือขอคำปรึกษาจากบริการแนะแนวการศึกษาสำหรับเยาวชน

เด็กชายบนสเก็ตบอร์ท



 

หลังจากจบจากโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น

การศึกษาสำหรับเยาวชน

หลังจากที่นักเรียนจบการศึกษาระดับพื้นฐานในเกรด 9 หรือเกรด 10 นักเรียนสามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาสำหรับเยาวชน โปรแกรมการศึกษาสำหรับเยาวชนคือ หลักสูตรเตรียมความพร้อมหรือโปรแกรมวิชาชีพ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาเรียนประมาณ 3 หรือ 4 ปี โปรแกรมเหล่านี้ไม่คิดค่าใช้จ่าย และนักเรียนสามารถสมัครรับเงินช่วยเหลือเพื่อการศึกษาของรัฐบาล (SU) เมื่ออายุครบ 18 ปี

เงินช่วยเหลือเพื่อการศึกษาของรัฐบาล

เงินช่วยเหลือเพื่อการศึกษาของรัฐบาล(SU) เป็นความช่วยเหลือทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ให้แก่นักเรียนในระหว่างศึกษา SU ประกอบด้วยเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า แต่ต้องเสียภาษี นอกจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว นักเรียนยังสามารถขอกู้ยืมเงินโดยต้องชำระคืนเมื่อจบการศึกษา นักเรียนจะมีสิทธิ์รับ SU ได้ก็ต่อเมื่อการศึกษาที่นักเรียนสมัครเรียน ได้รับการอนุมัติสำหรับเงินช่วยเหลือเพื่อการศึกษาจากรัฐ และนักเรียนไม่สามารถรับความช่วยเหลือจากรัฐในรูปแบบอื่นๆ เพื่อนำมาใช้จ่ายสำหรับค่าครองชีพ

หากคุณไม่ใช่พลเมืองเดนมาร์ก

หากคุณไม่ใช่พลเมืองเดนมาร์ก คุณสามารถยื่นเรื่องต่อหน่วยงานสนับสนุนการศึกษาของเดนมาร์ก และขอสิทธิ์ที่เท่าเทียมกับพลเมืองเดนมาร์ก ก่อนจะยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อการศึกษาของรัฐบาล

กรณีดังกล่าวเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณย้ายมาอยู่ที่เดนมาร์กพร้อมกับบิดามารดาก่อนจะอายุครบ 20 ปีและยังคงพำนักอยู่ที่นี่ หรือถ้าคุณแต่งงานกับพลเมืองเดนมาร์กและใช้ชีวิตอยู่ในเดนมาร์กเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี หรือถ้าคุณมีงานที่ได้รับค่าจ้างในเดนมาร์กก่อนจะเริ่มเข้าเรียน

ถ้าคุณเป็นพลเมืองประเทศสมาชิก EU หรือ EØS คุณสามารถยื่นเรื่องขอสิทธิ์ที่เท่าเทียมกับพลเมืองเดนมาร์กได้ตามข้อบังคับของ EU โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.su.dk ทั้งนี้ กฎระเบียบ SU ส่วนใหญ่จะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาระดับใด อย่างไรก็ตาม มีข้อแตกต่างบางประการระหว่างโปรแกรมการศึกษาสำหรับเยาวชนและการศึกษาต่อเนื่อง โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.su.dk

ทุกคนสามารถมีบทบาทออกความคิดเห็นในเนื้อหาของหลักสูตรการศึกษา

ในสถาบันการศึกษาทุกแห่ง นักเรียนและนักศึกษาสามารถจัดตั้งคณะกรรมการต่างๆ เช่น สภาวิชาการของนักศึกษา สภานักศึกษา หรือสภานักเรียน คณะกรรมการดังกล่าวจะคอยดูแลผลประโยชน์ของนักศึกษา และกำหนดข้อเรียกร้องเกี่ยวกับเนื้อหาและคุณภาพการศึกษา ผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาของหลักสูตรการศึกษา อาจทำได้โดยการลงสมัครเลือกตั้งสภานักเรียนหรือสภานักศึกษา

การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

2 ถึง3 ปี

การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะใช้เวลา 2-3 ปี และเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อในการศึกษาระดับอุดมศึกษา

นักเรียนมัธยมปลายที่จบแล้วและใส่หมวกสัญลักษณ์นักเรียน



 

การสอบเตรียมศึกษาขั้นสูง

  • โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วไปของเดนมาร์ก (stx)ซึ่งเป็นหลักสูตร 3 ปี และต่อด้วยการสอบเป็นนักศึกษา โรงเรียนบางแห่ง (หลักสูตรนักศึกษา) นักเรียนสามารถเรียนจบภายใน 2 ปี เป้าหมายของโปรแกรมดังกล่าวเพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โปรแกรมนี้ยังมุ่งให้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย ซึ่งหมายความว่านักเรียนต้องเรียนรู้ที่จะให้ความสำคัญต่อโลกภายนอก ผู้คน ธรรมชาติ สังคม และการพัฒนาตนเอง ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการพิจารณารับเข้าเรียนคือ นักเรียนต้องผ่านการสอบปลายภาคในเกรด 9 ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ โรงเรียนอาจขอให้นักเรียนเข้าสอบคัดเลือก หรือโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอาจรับนักเรียนเข้าเรียนโดยประเมินจากความสามารถด้านวิชาการ
  • การสอบเตรียมศึกษาขั้นสูง (HF) เป็นหลักสูตรระยะเวลา 2 ปี เป้าหมายของโปรแกรมดังกล่าวเพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โปรแกรมนี้ยังมุ่งให้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย ซึ่งหมายความว่านักเรียนต้องเรียนรู้ที่จะให้ความสำคัญต่อโลกภายนอก ผู้คน ธรรมชาติ สังคม และการพัฒนาตนเอง ผู้เข้าสมัครเรียนจะต้องจบการศึกษาในเกรด 10 ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของเทศบาลหรือที่คล้ายกัน หรือหลักสูตรที่เท่าเทียมกัน จึงจะสามารถเข้าเรียนได้ หรือผู้เรียนต้องผ่านการสอบคัดเลือกพิเศษ
  • การศึกษาระดับวิทยาลัยธุรกิจ: วุฒิบัตรทางด้านพาณิชย์ขั้นสูง (hhx) วุฒิบัตรทางด้านเทคนิคขั้นสูง (htx)ต่างก็เป็นหลักสูตรที่ใช้เวลาเรียน 3 ปี เป้าหมายของโปรแกรมดังกล่าวคือเพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โปรแกรมนี้ยังมุ่งที่จะให้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย ซึ่งหมายความว่านักเรียนต้องเรียนรู้ที่จะให้ความสำคัญต่อโลกภายนอก ผู้คน ธรรมชาติ สังคม และการพัฒนาตนเอง ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการพิจารณารับเข้าเรียนคือ นักเรียนต้องผ่านการสอบปลายภาคในเกรด 9 ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ โรงเรียนอาจขอให้ผู้สมัครเข้าร่วมการสอบคัดเลือก หรืออาจรับผู้เรียนเข้าเรียนโดยประเมินจากความสามารถบางประการ

การฝึกอบรมทางวิชาชีพ

หลักสูตรต่างๆ 125 หลักสูตร

โปรแกรมการศึกษาทางวิชาชีพมีให้เลือกถึง 125 โปรแกรม เช่น ช่างไม้ ช่างประปา ช่างก่อสร้าง ผู้ช่วยฝ่ายขาย ช่างไฟฟ้า หัวหน้าแผนกครัว และช่างเทคนิคข้อมูล หลักสูตรดังกล่าวมีเปิดสอนในวิทยาลัยอาชีวะโดยไม่เก็บค่าเรียน ในการพิจารณารับเข้าเรียน ผู้เรียนต้องมีระดับการศึกษาที่เทียบเท่าระยะเวลา 9 ปีในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ตลอดหลักสูตรการศึกษาทั้งนักศึกษาและหลักสูตรการศึกษาต้องบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

การสอบภาษาเดนนิช

หากคุณไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนของเดนมาร์กหรือยังไม่ได้เป็นพลเมืองของเดนมาร์ก ทางวิทยาลัยอาจขอให้คุณเข้ารับการสอบพิเศษในภาษาเดนนิชก่อนรับเข้าเรียน

1½ ถึง 5½ ปี

การฝึกอบรมสายอาชีพอาจใช้เวลาตั้งแต่ 1½ ถึง 5½ ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสาขาเฉพาะที่คุณเข้าศึกษา การฝึกอบรมจะจบลงหลังจากสิ้นสุดการฝึกงานหรือการสอบสายอาชีพครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นการสอบปลายภาค

โรงเรียนและการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ

หลักสูตรฝึกอบรมบางอย่างจะจำกัดเฉพาะในวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม หลักสูตรส่วนใหญ่จะสลับไปมาระหว่างวิทยาลัยและการฝึกปฏิบัติด้านธุรกิจในสังคมข้างนอก

การฝึกงานวิชาชีพแบบใหม่

หากคุณต้องการเริ่มการฝึกอบรมในภาคปฏิบัติทันที หลักสูตรฝึกอบรมสายอาชีพส่วนใหญ่จะมีข้อตกลงในการฝึกงานกับบริษัท ซึ่งการฝึกอบรมส่วนใหญ่ของนักศึกษาจะเกิดขึ้นที่นั่น ซึ่งเรียกว่าการฝึกงานวิชาชีพแบบใหม่ คุณสามารถหาบริษัทที่ยินดีตกลงรับคุณเข้าฝึกงาน คุณต้องจัดทำแผนการฝึกอบรม ซึ่งทางวิทยาลัยและบริษัทจะช่วยเหลือคุณในเรื่องนี้

SU และเงินเดือน

วิทยาลัยอาชีวะจะไม่เก็บค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม คุณสามารถยื่นขอ SU สำหรับหลักสูตรบางส่วนที่จัดขึ้นในวิทยาลัย เมื่อคุณเข้าฝึกอบรมสายอาชีพ คุณจะได้รับเงินเดือนสำหรับการฝึกงาน จำนวนเงินเดือนสำหรับการฝึกงานขึ้นอยู่กับวิชาที่เลือกและอายุของคุณ

ผู้ช่วยด้านสาธารณสุขและสังคม

ผู้ช่วยด้านสาธารณสุขและสังคมจะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการที่ต้องการการดูแลส่วนบุคคลเป็นพิเศษ และต้องการความช่วยเหลือในการทำสิ่งต่างๆ ผู้ช่วยเหล่านี้โดยจะทำงานตามบ้าน สถานพยาบาล และในโครงการบ้านพักรวม

หลักสูตรนี้ใช้เวลา 1 ปี 2 เดือน โดยแบ่งเป็นการเรียนภาคทฤษฎีที่วิทยาลัยประมาณ 6 เดือน และฝึกภาคปฏิบัติ 8 เดือน หากต้องการสมัครเรียน โปรดยื่นเรื่องต่อวิทยาลัยสาธารณสุขและสังคมในหน่วยงานเทศบาลของคุณ หากคุณได้รับการตอบรับเข้าเรียน คุณจะได้เข้าฝึกงานในโรงพยาบาลหรือในหน่วยงานเทศบาล คุณเลือกได้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการเรียนที่วิทยาลัย หรือการฝึกอบรมภาคปฏิบัติก่อน

หลักสูตรนี้ไม่คิดค่าใช้จ่าย และคุณจะได้รับเงินเดือนจากการฝึกงานตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสังคม

หลังจากที่คุณเรียนจบหลักสูตรการเป็นผู้ช่วยสาธารณสุขและสังคมแล้ว คุณสามารถฝึกอบรมต่อเนื่องเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสังคมได้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสังคมจะทำงานในโรงพยาบาล สถานพยาบาลผู้สูงอายุ และสถาบันสำหรับผู้มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจ หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียน 1 ปี 8 เดือน คุณจะได้รับเงินเดือนจากการฝึกงานตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม

วิทยาลัยการผลิต

บุคคลที่อายุต่ำกว่า 25 ปี และยังเรียนไม่จบโปรแกรมการศึกษาสำหรับเยาวชน และต้องการเวลาตัดสินใจเกี่ยวกับอาชีพการงานในอนาคต สามารถขอเข้าเรียนในวิทยาลัยการผลิตได้ เดนมาร์กมีวิทยาลัยการผลิตประมาณ 100 แห่งอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันมาก แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะเต็มไปด้วยกิจกรรมภาคปฏิบัติและวิชาเรียนทั่วไป นักศึกษาจะทำงานด้านการผลิตและทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อจำหน่ายสิ่งที่พวกเขาผลิตขึ้นมาได้ ผู้สนใจต้องยื่นเรื่องเพื่อให้ทางวิทยาลัยตอบรับเข้าเรียน และหน่วยงานบริการแนะแนวการศึกษาสำหรับเยาวชน* ของเทศบาลของคุณจะต้องอนุมัติให้คุณเข้าเรียนก่อน

การศึกษาสายอาชีพขั้นพื้นฐาน (egu)

หน่วยงานเทศบาลต้องจัดให้มีการศึกษาสายอาชีพขั้นพื้นฐานพิเศษสำหรับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล และประสบปัญหาการหางานทำหรือหาที่เรียน

Egu เป็นโครงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถหางานทำหรือศึกษาต่อ โดยปกติแล้ว หลักสูตรนี้จะใช้เวลาเรียน 2 ปี และประกอบด้วยการเรียนภาคทฤษฎีที่วิทยาลัย และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ หลักสูตรนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของแต่ละบุคคล รวมทั้งโอกาสการทำงานและการฝึกอบรมภาคปฏิบัติในท้องถิ่น

วิทยาลัยการผลิตและอาชีวะสามารถให้บริการหลักสูตร Egu ได้ โดยการทำข้อตกลงกับหน่วยงานเทศบาลล่วงหน้า

นักเรียนที่แผนกช่าง

โปรดสอบถามจากที่ปรึกษาด้านการศึกษา

- วิทยาลัยและสถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจะมีที่ปรึกษาด้านการศึกษา ซึ่งมีหน้าที่คอยให้คำแนะนำหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด นอกจากนี้ คุณยังสามารถขอคำแนะนำจากหน่วยงานบริการแนะแนวการศึกษาสำหรับเยาวชนในหน่วยงานเทศบาลของคุณได้เช่นกัน

โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.borger.dk หรือ www.uddannelsesguiden.dk



 

โมห์ซิน เอ็น. ราแชด

ผมได้รับเงินเดือนน่าพอใจและได้รับการยกย่องนับถือ

โมห์ซิน เอ็น. ราแชด ชาวตุรกีในอิรัก เขาย้ายมาอยู่เดนมาร์กในปีพ.ศ. 2544 ขณะนี้ราแชดกำลังฝึกอบรมเป็นช่างประปา

"พ่อผมเป็นวิศวกร ดังนั้นในตอนแรกผมจึงคิดจะเดินตามรอยเท้าพ่อ แต่ต่อมา ก็ตัดสินใจจะฝึกอบรมเป็นช่างฝีมือ ผมชอบงานที่ทำอยู่และชอบทำงานตามอาคารต่างๆ ผมชอบโปรแกรมการฝึกอบรมนี้มากและไม่เสียใจเลยที่เลือกเรียนทางด้านนี้ ผมไม่รู้สึกเลยถึงการเลือกปฏิบัติระหว่างผมและนักศึกษาที่เรียนสูงกว่า ไม่สำคัญว่าคุณจะฝึกอบรมเป็นวิศวกรหรือช่างฝีมือ เงินเดือนที่ได้รับก็เท่ากันและคุณก็ได้รับความนับถือเหมือนกัน"



 

ผู้รับการฝึกงานหรือการเรียนรก่อนออกฝึกงาน

ในธุรกิจบางแห่ง เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15 - 18 ปี สามารถทำสัญญาเข้าฝึกงานเป็นเวลา 3-6 เดือนกับบริษัท โดยผู้ฝึกงานจะได้รับเงินเดือนในระหว่างฝึกงาน โครงการนักศึกษาฝึกงานมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำสัญญาการฝึกอบรมจริงในเวลาต่อมา โปรดสอบถามได้จากบริการแนะแนวการศึกษาสำหรับเยาวชน

คำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาและการจ้างงาน

ปัจจุบันมีโอกาสด้านการศึกษามากกว่าที่เคยเป็นมา โปรแกรมการศึกษาบางโปรแกรมจะเน้นทฤษฎี ในขณะที่บางโปรแกรมจะเน้นด้านงานช่าง เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องหาหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของแต่ละบุคคล ที่โรงเรียน เด็กๆ จะได้รับคำแนะนำ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนรู้จักกับระบบการศึกษาและตลาดงานในเดนมาร์ก

ที่ปรึกษา

ที่ปรึกษาคือบุคคลที่จะพูดคุยกับเยาวชนและบิดามารดาของเด็กเกี่ยวกับการเลือกอาชีพและการศึกษา ที่ปรึกษาจะช่วยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมการศึกษาต่างๆ และอธิบายถึงข้อกำหนดทางคุณสมบัติต่างๆ ก่อนลงสมัครในโปรแกรมการศึกษาต่างๆ นักเรียนจึงได้รับความช่วยเหลือในการเลือกโปรแกรมการเรียน ที่ตรงกับคุณสมบัติและความสามารถของตนเอง

ที่ปรึกษามีหลายประเภท ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จะมีที่ปรึกษา UU (ที่ปรึกษาด้านการศึกษาสำหรับเยาวชน) ขณะที่ในสถาบันการศึกษาอื่นๆ จะเรียกว่าที่ปรึกษานักศึกษา หรือที่ปรึกษาแนะแนวด้านการศึกษาและอาชีพ

ที่ปรึกษาด้านการศึกษาสำหรับเยาวชน (UU)

บริการแนะแนวการศึกษาจะให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาและการจ้างงานแก่เยาวชนทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี UU จะทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อให้ข้อมูลแก่เยาวชนในการเลือกหลักสูตรการศึกษา คุณสามารถติดต่อ UU ได้ที่ศูนย์ UU ในท้องถิ่น

การแนะแนวของโรงเรียน

ในโรงเรียน ครูประจำชั้นและที่ปรึกษา UU จะเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่นักเรียนและผู้ปกครอง ที่ปรึกษา UU จะแนะแนวเป็นรายบุคคล กล่าวคือ ที่ปรึกษาจะพูดคุยกับเยาวชนเกี่ยวกับการศึกษาและการจ้างงาน นอกจากนี้ ที่ปรึกษายังช่วยนักเรียนในเกรด 6-10 ในการจัดทำคู่มือการศึกษา นักเรียนในเกรด 9 และเกรด 10 จะจัดทำคู่มือการศึกษาของตนเอง โดยร่างแผนการศึกษาที่ประกอบด้วยหลักสูตรการศึกษาที่นักเรียนเลือกไว้ สิ่งสำคัญคือบิดามารดาต้องให้ความสนใจต่อบุตรในระหว่างที่พวกเขาศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียน บิดามารดาหรือผู้ปกครองสามารถอ่านคู่มือการศึกษาและแผนการศึกษา แล้วพูดคุยหารือกับบุตรในเรื่องนี้

แม้ว่าที่ปรึกษาจะมีข้อมูลมากมาย แต่บิดามารดาหรือผู้ปกครองและนักเรียนก็สามารถค้นหาทางเลือกต่างๆ ด้วยตัวเองได้เช่นกัน โดยอาจค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หรือไปเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาต่างๆ หรือข้นหาข้อมูลที่ห้องสมุดสาธารณะ เป็นต้น

การแนะแนวการศึกษาหลังจากจบโรงเรียน

เยาวชนที่จบจากโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และกำลังเรียนต่อสามารถขอรับคำแนะนำ จากสถาบันการศึกษาของตนเองได้ ที่ปรึกษาสามารถช่วยในเรื่องการเลือกวิชา การวางแผนหลักสูตร และ SU (โครงการเงินช่วยเหลือเพื่อการศึกษาของรัฐบาล)

เยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งออกจากโรงเรียนหลังจากเกรด 9 หรือเกรด 10 สามารถขอรับคำแนะนำจากศูนย์ UU ในท้องถิ่นได้ บริการนี้มีให้แก่เยาวชน เช่น ผู้ที่ยังไม่เริ่มเข้าเรียน หรือผู้ที่เข้าเรียนแล้วแต่เรียนไม่จบ คุณสามารถขอที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์ UU ในท้องถิ่นได้จากโรงเรียน ศาลาว่าการ หรือเข้าไปที่ www.uddannelsesguiden.dk

การแนะแนวการศึกษาในระดับอุดมศึกษา

มีศูนย์แนะนำทางเลือกการศึกษา 7 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งให้คำปรึกษาด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษา คุณสามารถค้นหาที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์แนะแนวการศึกษาใกล้บ้าน โดยเข้าไปที่ www.ug.dk

สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่จะมีที่ปรึกษาด้านหลักสูตร ซึ่งสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาโปรแกรมการศึกษา ข้อกำหนดการสอบเข้า การสมัคร และโอกาสด้านอาชีพในอนาคต

การให้คำปรึกษาสำหรับผู้ใหญ่

มีแหล่งข้อมูลมากมายสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาและการจ้างงาน

ทุกคนสามารถเข้าหาศูนย์จัดหางานของหน่วยงานเทศบาล

ศูนย์ภาษาและ VUC (ศูนย์การศึกษาสำหรับผู้ใหญ่) จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักสูตรและโปรแกรมการศึกษา ซึ่งนำไปสู่การศึกษาต่อ คุณสามารถขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพและโปรแกรมการศึกษาได้จากวิทยาลัยอาชีวะและวิทยาลัยสาธารณสุขและสังคม โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายภาคกลางวันและโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่บางแห่งจัดให้มีการแนะแนว โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษา

การแนะแนวการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจะมีให้บริการ์แนะนำทางเลือกการศึกษา 7 แห่งทั่วประเทศ หรือที่สถาบันการศึกษาที่คุณวางแผนจะสมัครเข้าเรียน

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.borger.dk, www.uddannelsesguiden.dk และ www.vidar.dk

การศึกษาระดับอุดมศึกษา

การศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

หากคุณสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว คุณสามารถเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ โปรแกรมการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอยู่ 3 ประเภท:

  • โดยทั่วไป โปรแกรมระดับอุดมศึกษาระยะสั้นจะใช้เวลา 2 ปี ที่นี่คุณสามารถศึกษาเพื่อเป็นช่างเทคนิคประจำห้องปฏิบัติการ นักเศรษฐศาสตร์การตลาด ช่างไฟฟ้าที่มีวุฒิบัตร หรือวิศวกรจักรกล ผู้ที่จบจากโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย และจากการฝึกอบรมทางวิชาชีพ สามารถเข้าศึกษาต่อในโปรแกรมระดับอุดมศึกษาระยะสั้นได้
  • การศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิชาชีพระยะกลางจะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ปี ที่นี่คุณสามารถศึกษาเพื่อเป็นครู ครูอนุบาลและเด็ก พยาบาล วิศวกรระดับต้น และนักสังคมสงเคราะห์
  • โปรแกรมการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะยาว เป็นการศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่นี่คุณสามารถศึกษาเพื่อเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร หรือครูที่สอนในระดับมัธยมปลาย โปรแกรมการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจะใช้เวลาเรียน 5 - 6 ปี และสามารถเรียนต่อในระดับปริญญาเอก โดยนักศึกษาจะได้รับเงินเดือน มีโอกาสทำงานวิจัยและการสอนเป็นเวลาประมาณ 3 ปี

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสทางการศึกษา โปรดดูที่ www.uddannelsesguiden.dk

ข้อกำหนดในการรับสมัคร

แต่ละโปรแกรมการศึกษาจะมีข้อกำหนดในการรับนักศึกษาของตนเอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องผ่านการสอบที่กำหนดและบางครั้งอาจต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ด้วย โปรแกรมการศึกษาบางโปรแกรมมีนโยบายจำกัดการรับนักศึกษา เนื่องจากผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมีจำนวนเกินกว่าจะรองรับได้ โปรแกรมการศึกษาส่วนใหญ่จะมีระบบโควต้าที่มี 2 โควต้า ซึ่งหมายความว่าจะรับผู้สมัครเป็น 2 โควต้า ในโควต้าแรก จะรับผู้สมัครโดยพิจารณาจากคะแนนการสอบคัดเลือก ในโควต้าที่สอง จะรับนักเรียนโดยพิจารณาจากเกณฑ์การคัดเลือกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมเฉพาะ

ระบบกลางในการรับสมัครนักศึกษาใหม่ (KOT)

โปรแกรมการศึกษาระดับอุดมศึกษาเกือบทุกแห่งกำหนดให้นักเรียนต้องสมัครผ่านระบบกลางในการรับสมัครนักศึกษาใหม่ (KOT) คุณสามารถขอรับแบบฟอร์มใบสมัครได้โดยเข้าไปที่ www.optagelse.dk

การสอบเข้า

โปรแกรมการศึกษาบางโปรแกรมกำหนดให้ต้องมีการสอบเข้า ซึ่งโดยปกติแล้ว จะเกี่ยวข้องกับโปรแกรมการศึกษาที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือเน้นศิลปะ เช่น การแสดง การกำกับภาพยนตร์ สื่อสารมวลชน และการออกแบบ

วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ

สำหรับผู้สมัครที่มีวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ จะใช้ระเบียบการรับสมัครพิเศษ คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบดังกล่าวได้จากคู่มือการสอบที่ www.ciriusonline.dk

ทำความคุ้นเคยกับโปรแกรมการศึกษาและพบปะเพื่อนนักศึกษา

ในมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ โปรแกรมจะเริ่มต้นด้วยหลักสูตรปฐมนิเทศสำหรับนักเรียนใหม่ ซึ่งนักศึกษาใหม่จะแนะนำตัวกับเพื่อนและรับฟังการแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรม โดยการนำเสนอทางวิชาการ การอภิปราย และกิจกรรมสังสรรค์ โดยมากแล้ว นักศึกษาใหม่มักจะไปเข้าค่ายค้างแรมระยะสั้นด้วยกัน

ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน

นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนได้รับการต้อนรับโดยอธิการบดี



 

 

 

 

 

 

 

ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ใหญ่

ทุกระดับ

มีโอกาสด้านการศึกษาและหลักสูตรการเรียนมากมายสำหรับนักศึกษาผู้ใหญ่ คุณสามารถเข้าร่วมหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โปรแกรมการศึกษาแบบเต็มเวลา หรือการฝึกอบรมต่อเนื่อง ระบบการศึกษาของเดนมาร์กเปิดโอกาสการเรียนรู้ให้แก่ผู้ใหญ่เกือบทุกระดับ ที่ศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ (VUC) ผู้ใหญ่สามารถเลือกเรียนหลักสูตรการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อม (FVU) หลักสูตรสำหรับผู้มีความบอดทางตัวอักษร การศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ใหญ่ (AVU) และหลักสูตรที่เน้นรายวิชาเพื่อเตรียมศึกษาขั้นสูง

โปรดเข้าไปที่ www.vuc.dk หรือ www.vidar.dk เพื่อค้นหาที่อยู่ของศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาและโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในระหว่างศึกษาได้ด้วย

การศึกษาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อม (FVU)

FVU เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การสะกดคำ และคณิตศาสตร์ หลักสูตรการเรียนจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คุณสามารถเริ่มต้นในระดับที่ตรงกับความสามารถและความต้องการของตนเอง คุณสามารถเข้าสอบปลายภาคหลังจากจบแต่ละขั้น FVU เป็นหลักสูตรที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย หากต้องการดูภาพรวม โปรดเข้าไปที่ www.vidar.dk ซึ่งคุณสามารถดูสถานที่เรียนได้ โดยทั่วไปสถานที่เรียนจะอยู่ที่ ศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ (VUC) โรงเรียนภาคค่ำ และครูสอนพิเศษทั่วประเทศ

หลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ที่มีความบอดทางตัวอักษร

หลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ที่มีความบอดทางตัวอักษร เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ประสบปัญหาในการอ่านและเขียน เนื่องจากมีความบอดทางตัวอักษร หลักสูตรนี้ไม่คิดค่าใช้จ่าย โปรดเข้าไปที่ www.vidar.dk เพื่อดูสถานที่สอนของสถาบันที่เสนอหลักสูตรนี้ โดยทั่วไป คุณจะพบสถานที่สอนที่ศูนย์การเรียนรู้ สำหรับผู้ใหญ่ (VUC) โรงเรียนภาคค่ำ และสถาบันเอกชนทั่วประเทศ

การศึกษาภาคพิเศษสำหรับผู้ใหญ่

การศึกษาภาคพิเศษสำหรับผู้ใหญ่จะเสนอให้เป็นรายบุคคล และจัดให้การศึกษาและให้คำแนะนำปรึกษา สำหรับผู้ใหญ่ที่มีความพิการทางร่างกายหรือจิตใจ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถทำกิจกรรม และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น

คุณสามารถเข้าพบต่อหน่วยงานเทศบาล หากต้องการขอรับการประเมินเพื่อที่จะทราบว่าคุณจำเป็นต้องได้รับการศึกษาภาคพิเศษสำหรับผู้ใหญ่หรือไม่

การศึกษาทางคอมพิวเตอร์



 

การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นพื้นฐาน (AVU)

การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นพื้นฐานเป็นการสอนวิชาทั่วไป เช่น ภาษาเดนนิช ภาษาเดนนิชในฐานะภาษาที่สอง คณิตศาสตร์ วิชาคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ และสังคมศาสตร์ วิชาเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นในสาขาวิชาชีพใดโดยเฉพาะ แต่อาจจำเป็นสำหรับการฝึกอบรมในระดับสูงขึ้นไป หรือเพื่อให้ได้งานที่ดีขึ้น หลักสูตรจะจบลงด้วยการสอบซึ่งเทียบเท่ากับการสอบปลายภาคในเกรด 9 หรือเกรด 10 ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น

คุณสามารถเข้าเรียนในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็น หรือใช้การเรียนรู้ทางไกล หรือเป็นนักศึกษาอิสระที่เรียนรู้ด้วยตนเองและเข้าสอบปลายภาค

คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อยในการเข้าร่วมชั้นเรียน

HF – หลักสูตรที่เน้นรายวิชาเพื่อเตรียมศึกษาขั้นสูง

การสอบเพื่อเตรียมศึกษาขั้นสูง (HF) เป็นการศึกษาระดับมัธยมปลาย ที่ VUC จะมีการวางแผนการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรรายวิชา เพื่อให้คุณสามารถเลือกเรียนวิชาที่ต้องการ

คุณสามารถเข้าเรียนในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็น หรือใช้การเรียนรู้ทางไกล หรือเป็นนักศึกษาอิสระที่เรียนรู้ด้วยตนเองและเข้าสอบปลายภาค

คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อยในการเข้าร่วมชั้นเรียน

ผู้ใหญ่ที่โรงเรียน



 

การศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ (VVU)

บุคคลที่มีวุฒิการศึกษาและมีประสบการณ์การทำงานย่อมมีโอกาสที่ดีในการศึกษาต่อ สถาบันการศึกษาหลายแห่งเสนอหลักสูตรและโปรแกรมสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการพัฒนาทักษะ เช่น การศึกษาไปพร้อมๆกันในระหว่างที่บุคคลนั้นยังทำงานอยู่ คุณสามารถเลือกชั้นเรียนที่ตรงกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมและประสบการณ์ของคุณ

คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม โดยเข้าไปที่ www.vidar.dk และ www.uddannelsesguiden.dk

การฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้ใหญ่ (AMU)

โปรแกรมฝึกอบรมระยะสั้น:

โปรแกรมฝึกอบรมอาชีพ (AMU) เป็นหลักสูตรระยะสั้นสำหรับพนักงานที่มีทักษะและไม่มีทักษะ ซึ่งทำงานในบริษัทเอกชนหรือมหาชน นอกจากนี้ โปรแกรมฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้ใหญ่ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมทักษะการทำงาน* ซึ่งศูนย์จัดหางานเสนอให้แก่ผู้ว่างงาน

มีหลักสูตรต่างๆ ถึง 2.500 หลักสูตร

หลักสูตรฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้ใหญ่มีให้เลือกประมาณ 2.500 หลักสูตรในสาขาวิชาต่างๆ เช่น การพาณิชย์และเลขานุการฯ สาธารณสุขและสังคม ธุรกิจก่อสร้าง เกษตรกรรม อุตสาหกรรมงานโลหะ อุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมการขนส่ง ต้องการทราบเพิ่มเติม โปรดดูภาพรวมได้ที่ på www.vidar.dk

คุณจะทราบข้อมูลสถานที่จัดหลักสูตรจากเว็บไซต์ดังกล่าวด้วย หลักสูตรเหล่านี้จะจัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้ใหญ่ วิทยาลัยเทคนิค โรงเรียนธุรกิจ วิทยาลัยสาธารณสุขและสังคม สถาบันแห่งชาติสำหรับนักการศึกษาทางสังคม และสถาบันเอกชนทั่วประเทศ

ค่าเล่าเรียน

ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเอง บางที คุณสามารถขอรับค่าเล่าเรียนคืนได้ กองทุนประกันการว่างงานหรือศูนย์จัดหางานสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่คุณในเรื่องนี้

สำหรับพลเมืองที่ใช้สองภาษา

หากคุณใช้ภาษาเดนนิชได้ไม่คล่องพอที่จะเข้าเรียนในหลักสูตร คุณสามารถเข้าเรียนหลักสูตรพิเศษได้ ในกรณีนี้ จะมีการรวมโปรแกรมฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้ใหญ่อย่างน้อยหนึ่งโปรแกรม กับหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเดนนิช นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกเรียนโปรแกรมฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้ใหญ่เป็นภาษาเดนนิช ซึ่งไม่รวมกับโปรแกรมการศึกษารูปแบบอื่นๆ ก็ได้

การยอมรับวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ

คุณสามารถใช้วุฒิการศึกษาจากประเทศอื่นในเดนมาร์กได้หรือไม่?

หากคุณสำเร็จหลักสูตรการศึกษาจากต่างประเทศ คุณจะต้องตรวจดูว่าคุณสามารถใช้วุฒิการศึกษานั้นในเดนมาร์กได้หรือไม่ หรือคุณจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการทำงานที่เดนมาร์ก

ความช่วยเหลือในการประเมินวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ

CIRIUS (หน่วยงานประเมินวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ) คือหน่วยงานส่วนกลางของเดนมาร์ก ซึ่งคุณสามารถติดต่อได้ หากคุณต้องการให้มีการประเมินวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาและตลาดงานของเดนมาร์ก โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ciriusonline.dk/anerkendelse

นักศึกษาจากต่างประเทศ

ที่มา http://www.nyidanmark.dk/th-TH/Medborger_i_danmark_th_th/7+โรงเรียนและการศึกษา.htm







กฏหมายน่ารู้เพื่ออยู่ในเดนมาร์ก

Denmark-วันหยุดราชการและงานเฉลิมฉลองทางศาสนา article
Denmark-ชีวิตการทำงานในเดนมาร์ก article
Denmark-การเข้าประเทศและการเข้ามาพำนักในเดนมาร์ก article
Denmark-การหาที่พักอาศัย



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ดำเนินการจัดทำโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ สมาคมไทย-เดนมาร์ก THAI-DANSK FORENING Vilh Thomsen Alle 15 , 2 th Valby 2500 Denmark Email. Thongtha_chr@hotmail.com http://www.thai-danskforening.com/
สมาคมไทย-เดนมาร์ก